ลูก ๆ ทุกคน...ก็ได้รู้กันอยู่แล้วว่า ความหวังของแม่ที่มีต่อลูก มีอยู่ 3 หวัง คือ
1. ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
2. ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
3. เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา
หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ
ทีนี้มาดูตัวอย่าง...บุคคลที่เป็นยอดกตัญญูที่สุด คือในหลวงของเราครับ นอกจากพระองค์ท่านจะเป็นยอดพระมหากษัตริย์ของโลก...เป็น The KING of KINGS แล้ว พระองค์ยังเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูด้วย
ความหวังของแม่ทั้ง 3 หวัง ในหลวงปฏิบัติได้ครบถ้วน...สมบูรณ์ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ในหลวงทรงทำกับแม่อย่างไร เชิญครับ........
หวังที่ 1. ยามแก่เฒ่า ...หวังเจ้า....เฝ้ารับใช้...จะเห็นภาพที่สมเด็จย่าเสด็จไปในที่ต่าง ๆ แล้วมีในหลวง ประคองเดินไปตลอดทาง
ตอนสมเด็จย่าเสด็จไปไหนเนี่ย..มีคนเยอะแยะ...มีทหาร...มีองครักษ์...มีพยาบาล...ที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว แต่ในหลวงบอกว่า
"ไม่ต้อง...คนนี้เป็นแม่เรา...เราประคองเอง"
ตอนเล็ก ๆ แม่ประคองเรา สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน เพราะฉะนั้น ตอนนี้แม่แก่แล้ว..เราต้องประคองแม่เดิน เพื่อเทิดพระคุณท่าน..ไม่ต้องอายใคร
เป็นภาพที่ประทับใจมาก เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านกตัญญูต่อแม่ ประคอง
แม่เดิน..ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ ยกมือขึ้นสาธุ..แซ่ซ้องสรรเสริญ "กษัตริย์ยอดกตัญญู" ในหลวงเดินประคองแม่ คนเห็นแล้ว ประทับใจ ถ่ายรูป..เอามาทำปฏิทินไปติดไว้ที่บ้าน เพื่อแสดงความเคารพ กราบไหว้

ทีนี้ลองมาดูคนบางคน เวลาออกไปไหน แต่งตัวโก้ แต่งตัวสวย แต่เวลาเดิน ไม่มีใครประคองแม่ กลัวไม่โก้ กลัวไม่สวย ข้าราชการ...แต่งเครื่องแบบเต็มยศ..แต่เวลาเดิน..ไม่กล้าประคองแม่..กลัวไม่สง่า...กลัวเสียศักดิ์ศรี...การประคองแม่ให้เป็นเรื่องของคนรับใช้
เวลาทำดี ไม่กล้าทำ ...อาย...แต่เวลาทำชั่ว...กล้า...ไม่อาย...
หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่า..เสร็จสิ้นลงแล้ว..ราชเลขา..ของสมเด็จย่า..มาแถลงในที่ประชุม..ต่อหน้าสื่อมวลชน..ว่า..ก่อนสมเด็จย่า..จะสิ้นพระชนม์ปีเศษ ตอนนั้นท่านอายุ 93 พรรษา ในหลวง..เสด็จจากวังสวนจิตร..ไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน
ไปทำไมหรือครับ ท่านเสด็จไปกินข้าวกับแม่...ไปคุยกับแม่...ไปทำให้แม่ชุ่มชื่นหัวใจ..โอ้...ขนาดนี้เชียวหรือ..ในหลวงของเรา
เสด็จไปกินข้าวกับแม่..สัปดาห์ละกี่วัน..ทราบไหมครับ...5 วันครับ
หายากนะครับที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่..อาทิตย์ละ 5 วัน หายากครับ
ในหลวงมีพระราชภารกิจมากมาย แต่มีเวลาไปกินข้าวกับแม่ สัปดาห์ละ 5 วัน แต่ ซี 7 ซี 8 ซี 9 ร้อยเอก พลตรี พลเอก....อธิบดี ปลัดกระทรวง...ไม่เคยไปกินข้าวกับแม่..บอก...งานยุ่ง
แม่บอกว่าให้พาไปกินข้าวหน่อย..บอกว่าไม่มีเวลา..จะไปตีกอล์ฟ..ไม่มีเวลาพาแม่ไปกินข้าว...แต่มีเวลาไปตีกอล์ฟ ...เห็นไหมครับ
พ่อแม่ พอแก่แล้ว..ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง...ฝนตก น้ำเซาะ..อีกไม่นานก็โค่น...พอถึงเวลานั้น...เราก็ไม่มีพ่อแม่ให้กราบแล้ว
ในหลวงจึงตัดสินพระทัย...ไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน เมื่อตอนที่สมเด็จย่าอายุ 93
สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน ในหลวงไปกินข้าวกับแม่ 5 วัน เหลืออีก 2 วัน ไปไหนทราบไหมครับ
ในหลวงถือศีล 8 วันพระ ถือศีล 8 นี่ต้องงดข้าวเย็น เลยไม่ได้ไปหาแม่ ส่วนอีกวันที่เหลือ อาจจะกินข้าวกับพระราชินี...กับคนใกล้ชิด แต่ 5 วันท่านให้แม่ครับ
ทุกครั้งที่ในหลวงเสด็จไปหาสมเด็จย่า ...ในหลวงต้องเข้าไปกราบที่ตัก...แล้วสมเด็จย่า..ก็จะดึงตัวในหลวงเข้ามากอด..แล้วก็หอมแก้มในหลวง
ตอนสมเด็จย่าหอมแก้มในหลวง..คิดว่าแก้มในหลวงคงไม่หอมเท่าไร เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอม แต่ทำไมสมเด็จย่าหอมแล้วชื่นใจ...เพราะท่านได้กลิ่นหอม.จากหัวใจในหลวง...หอมกลิ่นกตัญญู
ไม่นึกเลยว่าลูกคนนี้ จะกตัญญูขนาดนี้ จะรักแม่ขนาดนี้
ตัวแม่เองคือสมเด็จย่า..ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นคนธรรมดา...สามัญชน
เป็นเด็กหญิงสังวาลย์ เกิดหลังวัดอนงค์...เหมือนเด็กหญิงทั่วไป..เหมือนพวกเราทุกคน...ในหลวงน่ะ..เกิดมาเป็นพระองค์เจ้า...เป็นลูกเจ้าฟ้า..เป็นกษัตริย์..เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่เหนือหัว
แต่ในหลวง...ที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน..ก้มลงกราบคนธรรมดา ที่เป็นแม่
หัวใจลูกที่เคารพแม่..กตัญญูกับแม่อย่างนี้ หาไม่ได้อีกแล้ว..คนบางคนพอเป็นใหญ่เป็นโต ไม่กล้าไหว้แม่ เพราะแม่มาจากเบื้องต่ำ เป็นชาวนา..เป็นลูกจ้าง ไม่เคารพแม่...ดูถูกแม่
แต่ในหลวง เทิดแม่ไว้เหนือหัว..นี่แหละครับ..ความหอม
นี่คือเหตุที่สมเด็จย่า..หอมแก้มในหลวงทุกครั้ง..ท่านหอมความดี..หอมคุณธรรม...หอมกตัญญู ของในหลวง..หอมแก้มเสร็จแล้วก็ร่วมโต๊ะเสวย..ตอนกินข้าวนี่...ปกติ...แค่เห็นลูกมาเยี่ยม...ก็ชื่นใจแล้ว นี่ลูกมากินข้าวด้วย..ปลื้มครับ
อะไรอร่อย ๆ ในหลวงจะตักใส่ช้อนแม่...อันนี้อร่อย แม่ลองทาน..รู้ว่าแม่ชอบทานผัก...ในหลวงหยิบผักมาม้วน ๆ ใส่ช้อนแม่..เอ้าแม่ทานซะ...ของที่แม่ชอบ แทนที่จะกินแค่ 3 คำ 5 คำ ก็เจริญอาหาร กินได้เยอะ
เพราะมีความสุขที่ได้กินข้าวกับลูก..เอาใจใส่
กินข้าวเสร็จแล้ว ก็มานั่งคุยกับแม่..บอกแม่ว่า...ตอนพระองค์เล็ก ๆ แม่เคยสอนอะไรที่สำคัญ ๆ "อยากฟังแม่สอนอีก" เป็นไงครับ เป็นกษัตริย์...ปกครองประเทศ..แต่อยากฟังแม่สอน
พวกเรา...เป็นยังไง...เราคิดว่าเรารู้มาก....เราเรียนสูง..เรามีปริญญา..แม่จบป.4 เวลาแม่สอน...ตะคอกแม่...ตวาดแม่...เบื่อจะตายอยู่แล้ว.รำคาญ...พูดซ้ำซาก...เมื่อไหร่จะหยุดพูดซะที...อันนี้...เราเหยียบย่ำหัวใจแม่นะครับ
พอสมเด็จย่าสอน..ในหลวงจะเอากระดาษมาจด...สมเด็จย่าเล่าว่า...ตอนในหลวงเรียนหนังสือที่สวิสเซอร์แลนด์ ในหลวงยังเล็กอยู่..เข้ามาบอกว่า...อยากได้รถจักรยาน.เห็นเพื่อน ๆ เขามีรถจักรยานกัน
สมเด็จย่าบอกว่า "ลูกอยากได้จักรยาน..ลูกก็เก็บสตางค์ที่แม่ให้ไปกินที่โรงเรียนไว้ซิ เก็บวันละเหรียญ สองเหรียญ พอได้มากพอก็เอาไปซื้อจักรยาน"
นี่คือสิ่งที่แม่สอน..สอนอะไร....ถ้าเป็นพ่อแม่บางคน...พอลูกขอ รีบซื้อให้เลย ประเคนให้เลย ลูกก็ฟุ้งเฟ้อ...ฟุ่มเฟือย...เหลิง...และหลงตัวเอง พอโตขึ้น...ขับรถเบนซ์ชนตำรวจก็ได้..ยิงคนเล่นก็ได้..เพราะหลงตัวเอง..พ่อใหญ่..เห็นไหม..ตามใจจนเสียคน
แต่สมเด็จย่า...เป็นยอดคุณแม่....สร้างคุณธรรมให้ลูก..ลูกอยากได้ ลูกต้องเก็บสตางค์ที่แม่ให้..ไปหย่อนกระปุก
อันนี้แม่สอน 2 เรื่อง คือ ให้ประหยัด และให้ยืนอยู่บนขาของตัวเอง
"ความประหยัด เป็นสมบัติของเศรษฐี" ใครสอนลูกให้ประหยัดได้ คนนั้นกำลังมอบความเป็นเศรษฐีให้ลูก

หวังที่ 2 ยามป่วยไข้...หวังเจ้า...เฝ้ารักษา...ตอนสมเด็จย่าประชวรอยู่ศิริราช ในหลวงเสด็จไปเยี่ยมตอน ตี 1 ตี 2 ตี 4 เศษ ๆ จึงเสด็จกลับ ไปเฝ้าแม่วันละหลาย ๆ ชั่วโมง
แม่ พอเห็นลูกมาเยี่ยม..ก็หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว...ในหลวงไปอยู่กับแม่วันละหลาย ๆ ชั่วโมง ไปให้ความอบอุ่น
ลองหันมาดูตัวเราเองซิ ตอนพ่อแม่ป่วย..โผล่หน้าเข้าไปดูหน่อยนึง ถามว่าตอนนี้เป็นไงบ้าง พ่อแม่ยังไม่ทันตอบเลย บอกว่าฉันมีธุระ งานยุ่ง ต้องไปแล้ว โผล่หน้าให้เห็นพอเป็นมารยาท...แล้วก็กลับ...เราไม่ได้ไปเพราะกตัญญู ไม่ได้ไปเพื่อทดแทนพระคุณท่าน...น่าละอาย
คราวหนึ่ง...ในหลวงป่วย...สมเด็จย่าก็ป่วย...ไปอยู่ศิริราชด้วยกัน...อยู่คนละมุมตึก...ตอนเช้าในหลวงเปิดประตูออกมา..เห็นพยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่า..ออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี
ในหลวงพอเห็นแม่..รีบออกจากห้อง..มาแย่งพยาบาลเข็นรถ..มหาดเล็กกราบทูลว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องเข็น มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว..ในหลวงรับสั่งว่า...แม่ของเรา..ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น..เราเข็นเองได้
นี่ขนาดเป็นกษัตริย์ เป็นพระเจ้าแผ่นดิน..ยังมาเดินเข็นรถให้แม่..ยังมาป้อนข้าวให้แม่..ป้อนน้ำ..ป้อนยาให้แม่มีความอบอุ่น..เลี้ยงหัวใจแม่..ยอดเยี่ยมจริง ๆ

หวังที่ 3. เมื่อถึงยาม...ต้องตาย...วายชีวา..หวังลูกช่วย..ปิดตา..เมื่อสิ้นใจ..วันนั้นในหลวง เฝ้าสมเด็จย่าอยู่ถึง ตี 4 ตี 5 เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน...จับมือแม่...กอดแม่...ปรนนิบัติแม่..จนกระทั่งแม่หลับ จึงเสด็จกลับ
พอไปถึงวัง..เขาโทรศัท์มาแจ้งว่า..สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์..ในหลวงรีบเสด็จกลับไปศิริราช..เห็นสมเด็จย่าอยู่บนเตียง พระองค์ตรงเข้าไป..คุกเข่า..กราบลงที่หน้าอกแม่...พระพักตร์ในหลวงตรงกับหัวใจแม่"ขอหอมหัวใจแม่..เป็นครั้งสุดท้าย"
ซบหน้านิ่งอยู่นาน..แล้วค่อย ๆ เงยพระพักตร์ขึ้น น้ำพระเนตรไหลนอง
ต่อไปนี้..จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว..เอามือกุมมือแม่ไว้..มือนิ่ม ๆ ที่ไกวเปลนี่แหละที่ปั้นลูก.จนได้เป็นกษัตริย์.เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง..ชีวิตลูก...แม่ปั้น
มองเห็นหวีที่ปักอยู่ที่ผมของแม่..ในหลวงจับหวี..ค่อย ๆ หวีผมให้แม่..หวี..หวี..หวี ให้แม่สวยที่สุด...แต่งตัวให้แม่ ...ให้แม่สวยที่สุด..ในวันสุดท้ายของแม่

นี่แหละครับในหลวงของเรา ลูกยอดกตัญญู อันนี้บางท่านอาจได้เคยอ่านกันมาบ้างแล้วนะครับ ส่วนใครยังไม่เคยอ่าน ก็ขอให้อ่านดูครับ ขอบคุณครับ

edit @ 9 Jan 2010 16:12:58 by King

edit @ 9 Jan 2010 16:25:38 by King